Compare Species

Select two species for a detailed comparison.

  • ต้นอัลเดอร์อเมริกัน
  • ต้นแอชอเมริกัน
  • ต้นแอสเพนอเมริกัน
  • ต้นเบสวูดอเมริกัน
  • ต้นบีชอเมริกัน
  • ต้นเบิร์ชอเมริกันสีเหลือง
  • ต้นเชอร์รีอเมริกัน
  • ต้นคอตตอนวูดอเมริกัน
  • เอล์มแดงอเมริกา
  • ต้นแฮกเบอร์รีทั่วไป
  • ต้นฮิกคอรี
  • ต้นเมเปิลแข็งอเมริกัน
  • ต้นเมเปิลอ่อนอเมริกัน
  • ต้นโอ๊กแดงอเมริกัน
  • ต้นโอ๊กขาวอเมริกัน
  • ต้นพีแคน
  • ต้นยางเหนียวอเมริกัน
  • ต้นซาสซาฟราสอเมริกัน
  • ต้นไซคามอร์อเมริกัน
  • ต้นทิวลิปวูดอเมริกัน
  • ต้นวอลนัทอเมริกัน
  • ต้นวิลโลว์
หรือ

ต้นวอลนัทอเมริกัน

American_walnut_big

Forest Distribution

ต้นวอลนัทอเมริกันเจริญเติบโตไปทั่วทางซีกตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ในบริเวณป่าไม้เนื้อเเข็งผสม เเละในไร่ โดยเน้นไปทางสหรัฐอเมริกาตอนกลาง เเต่แพร่กระจายจากรัฐเท็กซัสไปจนถึงชายฝั่งทะเลตะวันออก ต้นไม้ชนิดนี้เป็นสายพันธุ์ไม้เนื้อเเข็งส่วนน้อยที่มีการปลูก และจะเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติ ต้นไม้เหล่านี้ค่อนข้างเติบโตเป็นต้นสูงเเละตรง พร้อมทั้งมีการเเตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มต่ำ

การเติบโตของป่า

ข้อมูลจาก FIA แสดงให้เห็นว่าปริมาณการเติบโตของไม้วอลนัทในสหรัฐอเมริกา คือ 137.8 ล้าน ม3 ซึ่งคิดเป็น 0.9% ของปริมาณการเติบโตของไม้เนื้อเเข็งทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา ต้นวอลนัทอเมริกันกำลังเติบโตขึ้นเป็น 4.8 ล้าน ม3/ต่อปี ในขณะที่ปริมาณการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 1.9 ล้าน ม3/ต่อปี ปริมาณสุทธิ (หลังจากเก็บเกี่ยว) เพิ่มน 2.9 ล้าน ม3 ในเเต่ละปี ปริมาณการเติบโตของต้นวอลนัทในสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นในทุกรัฐที่ส่งออกไม้วอลนัทลนัท ยกเว้นรัฐมิชิแกน

Material Availability

ไม้วอลนัทจากสหรัฐอเมริกา หาได้ง่าย โดยมาในรูปแบบของไม้เลื่อยแปรรูปและแผ่นไม้อัด ไม้แปรรูปชนิดนี้จำหน่ายโดยทั่วไปในรูปแบบที่ยังไม่ผ่านการอบไอน้ำ และยังไม่เลือกสี ผู้ผลิตเฉพาะทางอาจจะเสนอไม้วอลนัทที่อบไอน้ำ เพื่อทำให้กระพี้มีสีเข้มขึ้น และเพื่อลดความเเตกต่างของสีระหว่างแก่นไม้กับกระพี้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น ทั่วโลกต้องการซื้อไม้สายพันธุ์นี้อย่างมาก เกณฑ์การให้เกรดของ NHLA ได้มีการปรับเปลี่ยนสำหรับไม้วอลนัท โดยยอมให้ข้อจำกัดน้อยลง การตัดไม้น้อยลงกว่าเดิม เเละให้กระพี้เป็นที่ยอมรับโดยไม่มีข้อจำกัดจำกัด จำกัด แนะนำว่าควรปรึกษากับซัพพลายเออร์

Wood Description

  • กระพี้ของไม้วอลนัทมีสีขาวครีม เเต่เเก่นไม้มีสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลดาร์กช็อกโกเเลต จึงทำให้ความเเตกต่างของสีค่อนข้างต่างกันอย่างชัดเจน ในบางครั้งที่ริ้วลายของแก่นไม้มีสีเข้ม จนถึงอมม่วง โดยทั่วไปไม้ของต้นวอลนัทมีลายเนื้อไม้ตรงเป็นเเนวยาว แม้ว่าในบางครั้งลายเนื้อไม้จะเป็นลายคลื่นหรือลายหยัก ซึ่งทำให้ลายเนื้อไม้มีลักษณะเฉพาะและมีรูปทรงที่น่าสนใจ จึงเป็นที่ต้องการของสถาปนิก
  • ไม้วอลนัทอเมริกันค่อนข้างเเตกต่างกับไม้วอลนัทยุโรปซึ่งสีของไม้วอลนัทอเมริกันค่อนข้างที่จะอ่อนกว่า

Mechanical Properties

ไม้วอลนัทเป็นไม้เนื้อเเข็ง ทนทาน และมีความหนาเเน่นปานกลาง ไม้ชนิดนี้ดัดได้ปานกลาง ทนทานต่อเเรงกระเเทก และเป็นไม้ที่มีความเเข็งต่ำ ไม้ชนิดนี้จัดให้อยู่ในหมวดหมู่ไม้ที่ดัดด้วยไอน้ำได้ดี

  • 0.55

    ความถ่วงจำเพาะ (12% M.C)

    609 kg/m3

    น้ำหนักเฉลี่ย (12% M.C)

    10.20%

    ปริมาณการหดตัวเฉลี่ย (เขียว ถึง 6% M.C)

    100.677 MPa

    โมดูลัสของการแตกออก

    11,584 MPa

    โมดูลัสของความยืดหยุ่น

    52.264 MPa

    แรงอัด (ขนานกับลายเนื้อไม้)

    4,492 N

    ความแข็ง

Oiled / Un-Oiled Appearance

Oiled
American_walnut_oiled
Un-oiled
American_walnut_unoiled

Performance

  • ไม้วอลนัทอเมริกันสามารถใช้งานง่ายด้วยมือและเครื่องมือกล ไม้ชนิดนี้มีคุณสมบัติที่ง่ายต่อการออกแบบ การดัด และการหล่อ ไม้ชนิดนี้มีคุณสมบัติง่ายต่อการตอก และการติดกาว และสามารถย้อมสีเเละขัดให้เป็นเงาได้ ทำให้เมื่องานเสร็จจึงออกมาดูดี ไม้ชนิดนี้เเห้งยากเเละเมื่อแห้งเเล้วมีความสามารถในการคงขนาดได้ดี
  • ไม้ชนิดนี้เป็นแก่นไม้ที่มีอัตราการผุพังได้ยาก และเป็นหนึ่งในไม้ที่มีความทนทานที่สุดของไม้เนื้อเเข็งในสหรัฐอเมริกา (ทนต่อการผุพัง) 

Main Uses

ไม้วอลนัทได้รับการพิจารณาให้เป็นสายพันธุ์ไม้ที่ดีที่สุดสำหรับนำไปใช้ทำเครื่องเรือนราคาเเพง รวมถึงตู้ ประตูเเละงานไม้กรอบประตูหน้าต่างภายใน ไม้ชนิดนี้ใช้สำหรับการทำพื้นและติดผนัง เเละใช้งานได้อย่างกว้างขวางซึ่งตรงข้ามกับไม้เนื้อเเข็งชนิดอื่น ๆ

วัสดุทำพื้นห้อง
เครื่องเรือน
ประตู
ไม้บุฝาผนัง
ตู้
American_walnut_small